เคล็ดลับเขียนเนื้อหาของบทความ SEO ให้ติดอันดับเป็นอมตะบน Google

Spread the love

SEO Writing Techniques
จะเขียนเนื้อหาบทความให้เป็นอมตะบน Google จะต้องทราบแนวทางพวกนี้
Chapter 1: Introduction to SEOChapter 2: Keyword ResearchChapter 3: Site StructureChapter 4: On-Page SEOChapter 5: SEO Writing TechniqueChapter 6: Link BuildingChapter 7: SEO Techniques

คอนเทนต์หรืองานด้านการเขียนนับว่าเป็น “Body” หรือแกนหลักของแนวทางการทำ SEO ด้วยเหตุว่าคอนเทนต์เป็นสิ่งที่ผู้เสิร์ดูองหา รวมทั้งงานประพันธ์เป็นคำตอบที่เว็บจะมอบให้กับพวกเขา ในฟากของ Search Engine เอง ก็ดำเนินการโดยการมองหา (Crawl) รายละเอียดหรืองานด้านการเขียนจาก “Keyword” ที่มีคนเสิร์ชเข้ามา งานด้านการเขียนก็เลยมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทำ SEO อย่างมาก

วิธีการเขียน SEO เป็นอย่างไร
วิธีการเขียนเพื่อ SEO ก็เลยเป็น แนวทางการทำคอนเทนต์หรือบทความให้ถูกเสิร์ชพบกล้วยๆบน Search Engine โดยทำคอนเทนต์ให้เกี่ยวโยง มีคุณภาพ มอบคุณประโยชน์ให้กับคน แล้วก็ Search Engine หาพบ

เอาง่ายๆก็คือกระบวนการทำคอนเทนต์ให้ติดอันดับดีๆบนหน้าเสิร์ช ซึ่งหากคอนเทนต์ถูกหาพบได้ง่าย ก็เสมือนเว็บได้รับยอดผู้ชมเว็บ (Traffic) มาโดยที่พวกเราไม่ต้องเสียเงินเสียทองโปรโมตอะไรมากมาย

SEO เกี่ยวเนื่องยังไงกับคนเขียน
แน่ๆว่า คอนเทนต์ที่มี SEO ที่ดี จะต้องเริ่มจากผู้เขียนเป็นคนช่วยทำ จะคิดว่าคือเรื่องของนักการตลาด รับทำ SEO สิ่งเดียวมิได้ (เนื่องจากนักการตลาดบางทีอาจเข้าใจ SEO แม้กระนั้นบางทีอาจจะเขียนออกมามิได้อย่างคนเขียน)

ในฐานะของคนเขียนออนไลน์ SEOหมายถึงหนึ่งในสิ่งที่คุณจะต้องศึกษา ด้วยเหตุว่าจะช่วยทำให้งานด้านการเขียนโลดแล่นบนโลกดิจิทัล ลองนึกดูว่าถ้าหากงานที่เขียนของพวกเราสามารถติดอันดับ Google เสิร์ชกี่ครั้งก็พบ ในทางหนึ่งดีแล้วต่อเว็บแล้วก็ SEO ในรูปภาพรวม รวมทั้งในทางหนึ่งมันก็น่าภาคภูมิใช่ไหม

ต้องการเริ่มเขียนเนื้อหาของบทความ รับทำเว็บ  แล้ว จำเป็นต้องทราบอะไรบ้าง?

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักประพันธ์หรือเป็นผู้ที่ปลูกปั้นเขียนเว็บไซต์ทำบล็อกของตนเอง วิธีการเขียน SEO ตั้งแต่นี้ต่อไปจะช่วยทำให้เว็บของคุณทะยานไต่ชั้นไปอยู่หน้าแรกๆได้แน่ๆ

เคล็ดลับเขียนเนื้อหาของบทความ SEO ให้ติดอันดับเป็นอมตะบน Google
1. ทุกๆบทความจะต้องมี Keyword
Keywordหมายถึง‘คำสำคัญ’ หรือ ‘กลุ่มคำสำคัญ’ ที่พวกเราต้องการที่จะให้คนเสิร์ชพบด้วยกลุ่มคำนี้

ครั้งก่อนเวลาจะเขียน บทความพวกเราบางทีอาจคิดเพียงแค่ชื่อ พล็อตเรื่อง แล้วก็เล่าไปแบบนั้น แม้กระนั้นเมื่อมาเขียนเนื้อหาบทความออนไลน์ พวกเราควรจะเริ่มว่าเขียนเพื่อคนใดกันแน่ แล้วเรื่องที่พวกเราจะเขียน เขาจะค้นหาด้วย Keyword อะไร

ยกตัวอย่างมุมมองการเลือกคีย์เวิร์ด
เขียนในสิ่งที่ต้องการเสนอ
ส่วนมากแล้ว เริ่มกล้วยๆว่าพวกเราจะเขียนเกี่ยวกับอะไร เรื่องนั้นล่ะเป็นKeyword อย่างเช่น Content Shifu จะเขียนเกี่ยวกับ การผลิตเว็บด้วย WordPress คีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ก็ได้แก่ “การผลิตเว็บ” “WordPress” ฯลฯ

คิดในมุมผู้ใช้ ผู้ที่พึงพอใจเนื้อหานี้ คงจะพึงพอใจอะไร
เว้นแต่พวกเราหา Keyword ในมุมของพวกเราแล้ว ทดลองคิดเพิ่มว่าในมุมของผู้ที่จะเสิร์ชเข้ามา ในความเป็นจริงแล้วเขาปรารถนาอะไร ยกตัวอย่างเช่น หากพวกเราจะเขียนประเด็นการสร้างเว็บด้วย WordPress สิ่งที่คนคงจะค้นหาเข้ามาก็อาทิเช่น “ออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเอง” “แนวทางสร้างเว็บ” “วิธีการใช้ WordPress” ฯลฯ


Tips

พวกเราสามารถเลือกใช้ Keyword ที่พวกเราอยากร่วมกับ Keyword อื่นๆที่มีความรู้สึกว่าคนคงจะเสิร์ชมาใช้ด้วยกันได้ ไม่จำเป็นที่ต้องมุ่งจุดโฟกัสเพียงแค่ Keyword คำเดียว ก็จะเพิ่มจังหวะที่คนจะเสิร์ชพบบทความของพวกเรา
พวกเราเรียก Keyword อื่นๆที่เกี่ยวว่า “Keyword ร่วม” หรือ “Related Keyword”

ใช้ Keyword Research Tools สำหรับในการหาคีย์เวิร์ด
แบบอย่างใน 2 ข้อแรกเป็นKeyword ที่พวกเราเริ่ม ‘ทายใจเอาเอง’ แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราต้องการเลือก Keyword ที่ช่วยทำชั้นเว็บได้จริงๆมีคนค้นหาจริงๆการใช้งานเครื่องมือ Keyword Research เป็นต้นว่า Google Keyword Planner, Ubersuggest, Keysearch ก็จะมีคุณประโยชน์มากมายๆ

Keyword Research Tools จะช่วยบอก Volume จำนวนการค้นหาของคีย์เวิร์ด รวมทั้งประเมินความยากสำหรับการแข่งของคีย์เวิร์ดนั้นๆด้วย แล้วก็อีกคุณประโยชน์เป็นมันเอาไว้ใช้ช่วยหาวลีที่ใกล้เคียงกันเผื่อให้พวกเราเลือกใช้ด้วย

KW Finfer เครื่องไม้เครื่องมือ เขียนเนื้อหาบทความ SEO
แบบอย่างวิธีการทำ Keyword Research ค้นหาคำว่า “การผลิตเว็บ” ด้วย KWFider
มองแนวทางหา Keyword แล้วก็ทำ Keyword Research ใช้อย่างละเอียดลออ (ลิงก์ไป Ch.2)



New call-to-action



2. ตำแหน่งสำหรับการวาง Keyword
Google ให้ความใส่ใจกับรายละเอียดแต่ละส่วนแตกต่างกัน ถ้าหากต้องการบอก Google ว่า นี่เป็นกลุ่มคำสำคัญนะ ก็ให้ใส่ Keyword เข้าไปในจุดหลักอีกทั้ง 5 ตำแหน่ง ดังนี้

Title หรือ ชื่อบทความ
URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
หากคีย์เวิร์ดของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา แม้กระนั้นถ้าเป็นภาษาไทย คุณอาจจำเป็นที่จะต้องเลือกระหว่างไม่ใส่มันลงไป กับใช้ไปเลย ซึ่งจุดอ่อนเป็น URL จะไม่สวยและก็บางทีอาจเหลวถึงเวลาเอาไปแชร์

Description หรือ คำพรรณนาบทความ
โดย Default แล้ว ซึ่งก็คือย่อหน้าแรก แม้กระนั้นพวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลง Description เองได้เช่นเดียวกัน หากคุณใช้ WordPress ก็สามารถโหลด SEO plugin อย่างเช่น Yoast SEO แล้ว Edit ปรับแก้ได้



Headings หรือ ประเด็นต่างๆ
Headings สำหรับทำ SEO ในบทความ

การคิด Heading เขียนเนื้อหาบทความ SEO
ตำแหน่งสำหรับเพื่อการวาง Keyword
ที่มารูปภาพ: backlinko.com
ชื่อภาพ รวมทั้ง Alt Text ของภาพ
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะไม่รู้ว่า ชื่อของรูปภาพก็มีผลต่อ SEO ด้วย ก่อนอัปโหลดควรจะตั้งชื่อให้มีคีย์เวิร์ด รวมทั้งเมื่ออัปโหลดเข้าไปแล้ว ให้คลิกปรับแก้รูปภาพ และก็ใส่คีย์เวิร์ดใน Alternative Text ด้วย (ธรรมดาแล้ว Alt Text มีไว้สำหรับตอนที่ภาพโหลดไม่ขึ้น ก็จะโชว์เพื่อพูดว่ารูปภาพนี้เกี่ยวกับอะไร)

การใส่ Alt Text คำชี้แจงภาพ


ตำแหน่งสำหรับในการใส่ Alt Text แล้วก็ Image Title ใน WordPress
การคั่น Keyword เข้าไปในตำแหน่งที่มีความสำคัญในการรบทั้งยัง 5 ตำแหน่งข้างต้น บางทีอาจมองเกิดเรื่องทางด้านเทคนิค แต่ว่าแนวทางนี้ก็จำต้องอาศัย ‘ความคิดริเริ่ม’ เพื่อทำให้เนื้อความยังมีความยุติธรรมชาติ อ่านแล้วน่าดึงดูด ซึ่งจุดที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการเขียนหัวข้อ Heading

ดังเช่นว่า ผู้ขายผลไม้ต้องการว่าจ้างพวกเราเขียนเนื้อหาของบทความซึ่งมีไอเดียว่า “4 ผลไม้ ลดน้ำหนัก” (Keywordหมายถึง“ลดน้ำหนัก”) โดยรายละเอียดจึงควรกล่าวถึงผลไม้ 4 จำพวก เช่น 1.ผลแอปเปิ้ล 2.มะละกอ 3.กล้วย 4.ส้ม พวกเราบางทีอาจเขียน Heading ว่า

ลดน้ำหนัก ด้วยลูกแอปเปิ้ล
มะละกอ ช่วยถ่าย ลดหุ่น
กล้วยหอม อิ่มท้อง ไม่ต้องอด
ลดความอ้วน แถมหวาน จำเป็นต้องรับประทานส้ม
ถ้าหากพวกเราใส่คีย์เวิร์ดได้ก็ใส่ หากมากไปก็แปลง ใส่พวก Related Keyword หรือคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงเข้าไปแทน

3. จำนวนรวมทั้งผู้กระทำระจายแบบอย่างเป็นธรรมชาติของ Keyword
แน่ๆว่าคีย์เวิร์ดมิได้ใส่ลงไปในจุดยุทธศาสตร์อีกทั้งห้าสิ่งเดียว แต่ว่าต้องมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง

พวกเราใช้คำว่า “บ้าง” แสดงว่า ไม่สมควรใส่มากเกินความจำเป็น เพราะว่า Google จะเห็นว่าพวกเราพากเพียรใส่มากเกินความจำเป็น คำเสนอแนะส่วนมากกล่าวว่า Keyword density ไม่สมควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density คือ รูปร่างของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับจำนวน Text ทั้งหมดทั้งปวงในบทความ

ข้อเสนอแนะเป็น หากเป็นได้ พวกเราควรจะใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ แล้วเป็นให้กระจัดกระจายหละหลวมๆทั่วทั้งยังบทความ

ใน WordPress แนวทางสำหรับดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO วิเคราะห์ได้เหมือนกัน

จุดเด่นของ Yoast SEO สำหรับเพื่อการเขียนเนื้อหาบทความ SEO

ผลสรุปที่ Yoast เอ่ยถึงบทความ Inbound Marketing การตลาดแบบจอมยุทธ์
สีส้มๆเป็นเขาเตือนว่าพวกเราลืมเอา stop word (คำสุรุ่ยสุร่าย) ตรง Url ออก ยกตัวอย่างเช่น introduction-to-inbound-marketing ควรจะกลายเป็น inbound-marketing-introduction ไม่ต้องมี to
4. เขียนเนื้อหาของบทความประสิทธิภาพหมายถึงวิธีการทำ SEO ที่เหมาะสมที่สุด
Search Engine ระดับนานาชาติย่อมต้องการที่จะให้คำตอบการค้นหาของตัวเองประทับใจผู้ใช้นักอ่าน นั่นถือว่าระบบต้องต้องการพรีเซนเทชั่นคอนเทนต์ที่เขารู้สึกว่ามีคุณภาพ

แล้ว Google ทราบได้อย่างไร ว่าบทความไหนมีคุณภาพ?

มีหลายเรื่องให้ดูมากมาย แม้กระนั้นขอยกตัวอย่างมา 3 ปัจจัยเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ความยาวของบทความ
บทความที่ยาว มีทิศทางจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ ชี้ว่า “มิได้มาเล่นๆ” ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหลายๆคนกล่าวว่าถ้าหากเป็นได้ซัก 500 – 700 คำ พอดี แต่ว่าสำหรับชพวกเราเสนอแนะว่าควรจะอยู่ที่เฉียดฉิวๆ1,000 คำขึ้นไป

บทความสดใหม่ (Original Content)
คำว่าสดใหม่มีสองนัยเป็นเขียนขึ้นเอง ไม่มีใครเหมือน (แล้วก็จำเป็นต้องไม่คัดลอกหรือเอาบทความอื่นมาเขียนใหม่ด้วย) กับอีกนัยนึงหมายถึงเขียนก่อนคนใด

ยอด Engagement บน Social Media
โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากบทความของคุณได้รับการแชร์เยอะมากๆก็จะส่งผลต่อ SEO สูงมากมาย ถ้าบทความของคุณมีคุณประโยชน์จริงๆหรือทำให้นักอ่านติดอกติดใจได้ มั่นใจว่าคนอ่านจะต้องต้องการแชร์

5. ความสม่ำเสมอรวมทั้งรออัปเดตคอนเทนต์
บทความที่ตั้งจิตใจเขียน เช็คแล้วเช็คอีกว่าดีกับ SEO หรือไม่ บางทีอาจไม่เป็นผลลัพธ์อย่างเป้าหมาย เนื่องจากขาด ‘ความสม่ำเสมอ’

เพราะว่ากว่าเว็บจะเติบโต มี Authority สูงๆได้รับการยินยอมรับจาก Google ก็จำเป็นต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์

ในสายตาของ Search Engine อย่าง Google คอนเทนต์ที่ลงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ คือ เว็บได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เป็นเว็บที่เติบโตอยู่เรื่อยๆ เพราะเหตุว่ามีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บอย่างสม่ำเสมอ (การแชร์ไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์คจะช่วยทำให้ได้คนเข้ามายังเว็บในทันที ไม่ต้องรอคอย Google จัดลำดับ)

ส่วนด้าน Branding การที่เว็บใดมีคอนเทนต์ออกมาโดยตลอดก็ช่วยทำให้แบรนด์ได้ความเกี่ยวข้องรวมทั้งรักษาความเกี่ยวพันกับคนอ่านเรื่อยแล้วก็ถ้าหากยิ่งมีการคิดแผนทำคอนเทนต์ในด้านที่เฉพาะๆแล้วด้วย แบรนด์ก็จะยิ่งได้รับความน่าวางใจ มองเป็นผู้ชี่ยวชาญในเรื่องที่เล่า

ยิ่งไปกว่านี้ ถ้าเกิดทำคอนเทนต์เผยแพร่ได้แล้ว จะนิ่งเฉยมิได้ จำเป็นต้องรอเช็คชั้นเว็บ พินิจพิจารณาเว็บไซต์คู่ปรปักษ์ แล้วก็อัปเดตคอนเทนต์ของพวกเราให้ดีมากยิ่งกว่า –ในสายตาของ Google คอนเทนต์ใหม่หรือคอนเทนต์ที่อัปเดตจะน่าไว้วางใจกว่าด้วย ด้วยเหตุว่าเห็นว่าข้อมูลจะเป็นตอนนี้ที่สุด